Local Environment
 
กิจกรรม
ข่าวสารท้องถิ่น
ข้อมูลทางวิชาการ
ร่วมคุยร่วมคิด
คำถามที่พบบ่อย
E-Book
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ติดต่อเรา
ผังเว็บไซด์
อัลบั้มรูป
ระบบสืบค้น
Website counter
อุตสาหกรรมกับสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น

กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ท่ามกลางเศรษฐกิจ สังคมที่กำลังพัฒนา ทำให้เกิดความตื่นตัวในการร่วมอนุรักษ์ รักษา เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม จากปัญหาความเสื่อมโทรม และผลกระทบ ที่เกิดจากทุกกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งจากชุมชน ภาคเกษตรกรรม การคมนาคมการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึง ภาคอุตสาหกรรม ที่ขยายตัวไปพร้อมกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งในปัจจุบันผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม ต่อท้องถิ่นยังคงมีปัญหาอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่

อุตสาหกรรม เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สามารถกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน มีการเติบโต และเกิดความก้าวหน้าในการสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีในแขนงต่างๆ แต่ขณะเดียวกันเมื่อมีขบวนการผลิตเกิดขึ้นภายในสถานประกอบการ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือของเสีย หรือสารมลพิษที่ไม่พึงประสงค์ ได้แก่ น้ำเสีย สารมลพิษทางอากาศ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน สารตะกั่วและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และขยะมูลฝอย  อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการจัดการ เมื่อมีการปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ต่อชุมชนและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทั้งพืชและสัตว์ ปัญหาด้านผลกระทบของมลพิษจากสถานประกอบการ หรือโรงงานเป็นปัญหาท้าทายความสามารถของทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริหารท้องถิ่น หน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ประชาชน และชุมชน ในการบริหารจัดการ ตลอดจนการเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน

ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรม ได้เริ่มแสดงชัดและมีตัวอย่างให้เห็นมากขึ้นในปัจจุบัน

เช่น ในกรณีการประกาศเขตควบคุมมลพิษบริเวณมาบตาพุด จ.ระยอง ส่งผลให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต่างๆ เร่งออกนโยบาย  และมาตรการเพื่อป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อมจากโรงงานอุตสาหกรรม  ที่ผ่านมาพบว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง ไม่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และควบคุมมลพิษอย่างถูกต้อง  แนวทางการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันผลกระทบของมลพิษจากสถานประกอบกิจการ ประการหนึ่งคือการสร้างเครือข่ายในการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน ชุมชน ให้ช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบด้านมลพิษจากสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ตนเอง รวมไปถึงการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้ผู้ประกอบกิจการ อันจะนำไปสู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมระหว่างภาคีต่างๆ

ตัวอย่างของวิธีการจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อม เหล่านี้เกิดขึ้นบ้างแล้วในประเทศไทย ส่วนใหญ่ริเริ่มโดยองค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่มีความสามารถและให้ความสำคัญในระดับนโยบาย เช่นมีการรวมตัวเป็นคณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย เมื่อปี 2536 ตั้งเป้าไว้ว่าจะเสริมสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่องค์กรธุรกิจ  กลุ่ม Responsible Care ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีผลการดำเนินงานเชิงรุก  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องมือการจัดการสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ โดยสนับสนุนการวิจัยให้เป็นต้นแบบนำร่องไปก่อนแล้วหลายเรื่อง เช่น การสนับสนุนให้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยพัฒนาวิธีการจัดการห่วงโซ่อุปทานร่วมกับภาคเอกชนใหญ่ ๆ เช่น บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนนครหลวง จำกัด (มหาชน) และบริษัทแอ็ดวานซ์

อะโกร จำกัด (มหาชน) เป็นต้น โครงการนักรบสิ่งแวดล้อม ก็เป็นโครงการที่น่าชื่นชมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมควบคุมมลพิษ ที่ให้อาสาสมัครนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย

ต่างๆ เข้าร่วมตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากการเรียนรู้ของนักศึกษาแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้โรงงานอุตสาหกรรมตื่นตัวรับผิดชอบกับมลพิษที่ปล่อยออกมาด้วย หากสามารถยกระดับการจัดการให้สูงขึ้นกว่านี้ด้วยแนวคิดและวิธีการดังตัวอย่างที่กล่าวถึง พลังของนักศึกษาและสถาบันการศึกษาน่าจะช่วยให้การจัดการสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมก้าวกระโดดไปสู่การจัดการอย่างยั่งยืนได้เร็วขึ้น  

 

 

   

 

การจัดโครงการ มอบรางวัลแก่ สถานประกอบการที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมดีเยี่ยม ของ

กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อจูงใจให้สถานประกอบการดำเนินกิจการและควบคุมดูแลด้านสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงโครงการอุตสาหกรรมยุคใหม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรการให้สถานประกอบการทุกแห่งนำป้ายโลโก้ ไปติดหน้าสถานประกอบการ เพื่อเป็นการแสดงว่าโรงงานแห่งนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

          กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดโครงการ ส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการพัฒนากระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าที่เป็นมิตร

ต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ด้วยการมอบตราสัญลักษณ์การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้แก่สถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การผลิตที่เป็นมิตร

กับสิ่งแวดล้อม  เริ่มจัดทำโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2549 โดยประชาสัมพันธ์และเชิญชวนผู้ประกอบการมาเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะมีการอบรมให้ความรู้ด้านการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปปฏิบัติ และมีการเข้าไปตรวจประเมินผล สถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ จะได้รับตราสัญลักษณ์การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือตราสัญลักษณ์ตัวจี (G)  โดยเกณฑ์การประเมินจะพิจารณาจากการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือวัตถุมีพิษ  ใช้พลังงานอย่างประหยัดหรือใช้พลังงานสะอาด  มีการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ และมีระบบการจัดการมลพิษที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ซึ่งขณะนี้มีเกณฑ์การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 6 เกณฑ์ ได้แก่ การผลิตกระดาษสา สุรากลั่น  สิ่งทอขนาดเล็ก  ผักผลไม้แช่เย็น/แช่แข็ง  เฟอร์นิเจอร์ไม้ และน้ำตาล และในอนาคตจะขยายออกไปเพิ่มมากขึ้นอีก

การดำเนินการต่างๆข้างต้นเป็นมาตรการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อโรงงานอุตสาหกรรม  เพื่อทำให้ท้องถิ่นยอมรับและพร้อมจะอยู่ร่วมกับโรงงานได้  และทำให้สังคมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกละเลย แต่หน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

การรักษาสิ่งแวดล้อม และแก้ไขมลพิษ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง ท้องถิ่นจึงถือว่ามีส่วนรับผิดชอบที่สำคัญด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในเขตพื้นที่ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่นอกเขต และการมีส่วนร่วมในการพิจารณา เพื่อริเริ่มโครงการหรือกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพอนามัยของประชาชน

การพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาจัดเป็นตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่เฉพาะ ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์อันโดดเด่นของพื้นที่ ทะเลสาบสงขลาจัดเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำจืดที่สำคัญ จัดเป็นฐานของการพัฒนาภาคใต้ได้เป็นอย่างดี จากการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องมีการพัฒนาในด้านต่างๆ มากขึ้น ทั้งทางด้านประมง เกษตร อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมการบริการ ทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำเสีย ทั้งจากชุมชนที่เพิ่มมากขึ้นและโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียที่บำบัดไม่ได้ตามมาตรฐานลงสู่แหล่งน้ำ  อากาศและกากอุตสาหกรรมกลายเป็นปัญหาหลักของอุสาหกรรมชุมชนและโรงงานขนาดเล็ก

ปี 2536 ได้มีการรวมตัวของชาวประมงรอบทะเลสาบสงขลาในนาม เครือข่าย สมาพันธ์ชาวประมงทะเลสาบ ดำเนินกิจกรรมการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ปี 2539 ได้มีกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนที่ดำเนินงานเพื่อพัฒนาจิตสำนึกของคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้แก่
- กลุ่มรักษ์คูขุดร่วมกับกลุ่มครูรอบทะเลสาบสงขลาเพื่อดำเนินกิจกรรมเยาวชนในด้านต่างๆ
- กลุ่มอนุรักษ์ไก่เถื่อน ดำเนินงานในพื้นที่โรงเรียนเขตลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาตอนบน
- เครือข่ายพระสงฆ์ รอบทะเลสาบสงขลาและประชาชนทั่วไปได้จัดกิจกรรมเดินธรรมยาตราเพื่อทะเลสาบสงขลา เพื่อปลุกจิตสำนึกผู้เข้าร่วมและชุมชนในลุ่มน้ำ

ปี 2541 เกิดเครือข่ายชุมชนป่าต้นน้ำของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้แก่ ชุมชนตะโหมด ชุมชนบางเหรียง ชุมชนป่าบอน จ. พัทลุง ชุมชนเขาพระ อ.รัตภูมิ ชุมชนผาดำ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ได้ดำเนินกิจกรรมร่วมกันรักษาป่า ลดการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร กำหนดกฎเกณฑ์การใช้ประโยชน์ของชุมชน การจัดตั้งกรรมการดูแลรักษาป่า จัดตั้งป่าชุมชน การริเริ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชน

ปี 2546 เกิดเครือข่ายชุมชนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา กลุ่มองค์กรชุมชนและเครือข่ายต่างๆในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาได้ประชุมสัมมนา มีองค์กรภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ เข้าร่วมทั้งสิ้น 11 กลุ่ม ทำให้กระบวนการภาคประชาชนเริ่มเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายเพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากร โดยมีบทสรุปความต้องการของภาคประชาชนตลอดจนข้อเสนอโดยรวมของที่ประชุมว่า ต้องการคืนความอุดมสมบูรณ์ ให้กับลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้เหมือนดังในอดีต เขามีป่า นามีข้าว พรุมีน้ำ ทะเลสาบสมบูรณ์ และเพื่อให้การฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นรูปธรรมและมีเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความชัดเจน ที่ประชุมจึงมีมติ จัดตั้งองค์กรฟื้นฟูลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาของภาคประชาชนโดยใช้ชื่อ เครือข่ายชุมชนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งในการบริหารจัดการ  เครือข่ายได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นภูมินิเวศย่อยๆ ใช้ชื่อเรียกว่า โซนออกเป็น 7 โซน ตามลักษณะของฐานทรัพยากรธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรม องค์ความรู้ภูมิปัญญา การประกอบอาชีพ และความเป็นอยู่ของชุมชนที่คล้ายกัน ดังนี้

โซนป่าพรุควนเคร็ง

โซนป่าต้นน้ำ

โซนคาบสมุทรสทิงพระ

โซนทะเลน้อย

โซนทะเลสาบฝั่งตะวันตก

โซนทะเลสาบตอนล่าง

โซนเมือง-ลุ่มน้ำอู่ตะเภา

ซึ่งแต่ละโซนสามารถประสานเชื่อมโยง รวมพลังและร่วมดำเนินกิจกรรมต่างๆทั้งระดับพื้นที่และระดับเครือข่ายได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญทุกชุมชนล้วนมีต้นทุน ประสบการณ์ บทเรียน ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับองค์ความรู้ใหม่ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

การหนุนเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของทุกภาคส่วน

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหนึ่งที่เข้ามาหนุนเสริม ภาคประชาชนในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ตามแนวทางของแผนแม่บทฯ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในลักษณะพหุภาคีและบูรณาการแผนงานร่วมกัน ซึ่งประกอบด้วยชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน สถาบันวิชาการ และประชาชนทั่วไป อันจะเป็นเวทีที่ก่อให้เกิดความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างความเข้าใจและกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาบนฐานของทรัพยากร องค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม อันจะทำให้เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนตอบสนองความต้องการของชุมชนและเข้าใจแนวทางการทำงานของภาครัฐ ที่ผ่านมากรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ทำกิจกรรมในหลายๆรูปแบบ เช่น

 

 

 

ปี 2551  มีการดำเนินงานที่เสริมกระบวนการทำงานและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมทั้งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดย ประชุมสรุปบทเรียน จัดสัมมนาบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท่องถิ่น เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางการฟื้นฟูและหนุนเสริมการทำงานของเครือข่ายภาคประชาชน  จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น 18 แห่ง และมีกิจกรรมพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา และพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โดย เครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมกันกำหนดแนวทางและกรอบแผนการดำเนินงาน และมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมทั้งมีเครือข่ายผู้หญิงพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่ดำเนินการในเรื่องการกำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และการจัดการขยะในพื้นที่ โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และกลุ่มต่างๆในสังคม ซึ่งมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปี 2552 มีการจัดทำแผนงานและกลไกการขับเคลื่อนในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา โดยตั้งคณะทำงานของทุกโซนเป็นกลไกขับเคลื่อนงาน ซึ่งได้แบ่งลุ่มน้ำออกเป็น 3 โซน 1)โซนต้นน้ำ  2)โซนกลางน้ำ และ 3)โซนปลายน้ำ มีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กิจกรรมฟื้นฟูคลองอู่ตะเภา กิจกรรมเครือข่ายเยาวชน  และมีการจัดทำแผนงานและกลไกการขับเคลื่อนในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยโดย จัดทำแผนงานการแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่ทะเลน้อย และจัดตั้งกลุ่มที่จะเป็นกลไกการทำงาน ภายใต้ชื่อ “กลุ่มอนุรักษ์ถิ่นเลน้อย – นางตุง”

การดำเนินการป้องกันและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรม โดยกระบวนการต่างๆจากการร่วมมือร่วมใจของทุกภาคีในท้องถิ่นนั้น จะช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างแท้จริง และไม่ใช่แค่ชุมชนที่อยู่ใกล้กับโรงงานเท่านั้น แต่รวมถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศด้วย

 จัดทำโดย ศูนย์สารสนเทศสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม , 1 ตุลาคม 2552

...................................................................

 

แหล่งข้อมูล:  

-FM 100 Glog. โรงงานอุตสาหกรรมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม.[ออนไลน์].2551.เข้าถึงได้จาก http://www.fm100cmu.com/blog/Saveworld/content.php?id=84 (วันที่ค้นข้อมูล: 29 กันยายน 2552).

-สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม.พัฒนาการเครือข่ายองค์กรชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา.[ออนไลน์].2552.เข้าถึงได้จากhttp://www.envivoice.net/content.php?sec=main_activity/main_activity2.php&PHPSESSID=d2897eb822fc036a9913c024b9d96b50 (วันที่ค้นข้อมูล: 28 กันยายน 2552).

-รศ.สุชาตา ชินะจิตร. ไปให้ถึงฝัน อุตสาหกรรมต้องจัดการสิ่งแวดล้อม.[ออนไลน์] .2546. เข้าถึงได้จากhttp://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=3&ID=1. (วันที่ค้นข้อมูล: 28 กันยายน 2552).

-ส่วนน้ำเสียอุตสาหกรรม สำนักจัดการคุณภาพน้ำ  กรมควบคุมมลพิษ.โครงการเสริมสร้างศักยภาพการจัดการมลพิษ จากแหล่งกำเนิดประเภทอุตสาหกรรมชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา.[ออนไลน์] .2552. เข้าถึงได้จากhttp://www.tei.or.th/songkhlalake/history/history2.html . (วันที่ค้นข้อมูล: 28 กันยายน 2552).

-สำนักเทคโนโลยีน้ำและสิ่งแวดล้อมโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม.สำนึก...สายน้ำ ... แหล่งหล่อเลี้ยง เกื้อกูลชีวิตและเศรษฐกิจ.[ออนไลน์] .2552. เข้าถึงได้จาก http://www.diw.go.th/diw/news/bangprakong/rivermemory.html. (วันที่ค้นข้อมูล: 30 กันยายน 2552).

-โพส ทูเดย์.ลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม : ปัญหาที่แก้ไม่ตก/คอลัมน์ส่องความคิด.[ออนไลน์] .2552. เข้าถึงได้จาก http://www.posttoday.com/business.php?id=55135 .(วันที่ค้นข้อมูล: 28 กันยายน 2552).

-nanagarden.com.รู้จักตราลัญลักษณ์ตัว "G" มาตรฐานสินค้าดีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม   [ออนไลน์] .2552. เข้าถึงได้จาก http://www.nanagarden.com/NanaNews2.aspx?RelaxID=10287.(วันที่ค้นข้อมูล: 2 ตุลาคม 2552).

-สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม.การส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (เอกสารที่ใช้ภายในหน่วยงาน).2552

 
footer