Local Environment
 
กิจกรรม
ข่าวสารท้องถิ่น
ข้อมูลทางวิชาการ
ร่วมคุยร่วมคิด
คำถามที่พบบ่อย
E-Book
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ติดต่อเรา
ผังเว็บไซด์
อัลบั้มรูป
ระบบสืบค้น
Website counter
เชียงใหม่กับอากาศเป็นพิษ

เชียงใหม่กับอากาศเป็นพิษ 

อุดม  ลิขิตวรรณวุฒิ
มูลนิธิรักษ์ไทย
เครือข่ายต้านโลกร้อน

              เอกลักษณ์เด่นของเชียงใหม่และหลายๆจังหวัดในภาคเหนือคือทิวทัศน์สวยงาม แวดล้อมไปด้วยภูเขาและป่าไม้ และภาพของภูเขาและป่าไม้นี้ก่อให้เกิดความรู้สึกร่มเย็น แจ่มใส และความรู้สึกเป็นธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องที่น่ากังวลว่าภาพและความรู้สึกประทับใจนี้เริ่มจะกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ในอดีตไปแล้ว เพราะในปัจจุบันสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอคือภาพท้องฟ้าสลัวเต็มไปด้วยฝ้าควัน ไม่สามารถมองเห็นภูเขาและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจนเหมือนในอดีต และสภาพฝ้าควันนี้ยังสามารถสัมผัสได้ด้วยประสาทอื่นที่นอกเหนือจากสายตาด้วย ในวันที่สภาพเช่นนี้มีความรุนแรงนอกเหนือจากที่มองไกลๆไม่ชัดเพราะฝ้าควันแล้ว ตาก็จะแสบ จมูกก็ได้กลิ่นควันและสารพิษต่างๆในอากาศ และภายในปากและลำคอก็จะรู้รสสิ่งแปลกปลอมเป็นพิษเหล่านี้ ภาวะอากาศเป็นพิษดังกล่าวนับวันจะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากอากาศที่เย็นจะมีไม่ลอยตัวขึ้นสูงและร่องความกดอากาศสูงมักจะครอบคลุมพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำทำให้สารพิษในอากาศเหล่านี้ไม่ถูกลมพัดกระจายไป ภาพที่จะสาธิตปัญหานี้ได้ชัดเจนคือภาพที่มองจากที่สูงไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มองกลับมาที่ตัวเมือง ผู้ชมจะเห็นชั้นแผ่นควันสีน้ำตาลคลุมเหนือตัวเมืองเชียงใหม่เป็นชั้นอย่างชัดเจน และเหนือจากชั้นควันขึ้นไปก็จะเป็นท้องฟ้าสีสดใสตามปกติ               
            
สาเหตุสำคัญของภาวะอากาศเป็นพิษที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันของเชียงใหม่และเมืองอื่นๆในภาคเหนือได้แก่ ควันเสียจากยานพาหนะต่างๆ ควันจากการเผาขยะตามชุมชนต่างๆ และควันจากการเผาพืชที่เก็บเกี่ยวแล้วเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชชนิดอื่นหรือรอบต่อไป สาเหตุทั้งสามนี้มีการเปลี่ยนแปลงความรุนแรงขึ้นลงตามเวลาและวาระพิเศษต่างๆ เช่นในช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาลสำคัญ ควันเสียจากยานพาหนะจะเป็นต้นเหตุที่สำคัญที่สุด แต่ในช่วงหลังเก็บเกี่ยวข้าวการเผาซากพืชในไร่นาจะเพิ่มขึ้น
       
               เท่าที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆที่มีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งโดยตรงและที่เกี่ยวข้องทางอ้อมได้พยายามรณรงค์เพื่อแก้ไขปัญหาอากาศเป็นพิษหรืออากาศเสื่อมโทรมนี้ แต่เท่าที่เห็นการแก้ไขมักจะเน้นการขอร้องหรือห้ามไม่ให้ชาวไร่ชาวนาเผาพืชเพื่อเตรียมพื้นที่ และขอความร่วมมือหรือห้ามไม่ให้ชาวบ้านเผาขยะ แต่หากจะวัดจากการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอากาศว่าดีขึ้นหรือไม่แล้ว จะเห็นว่าไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากเท่าไร
               
             
การที่การแก้ไขปัญหาด้านนี้จะประสบความสำเร็จได้นั้น อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญดังต่อไปนี้
 ประการแรกจะต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการให้คนกลุ่มใดให้ความร่วมมือหรือปฏิบัติตามข้อแนะนำ ซึ่งกรณีนี้อาจได้แก่เช่น ผู้ที่ใช้รถส่วนตัว เกษตรกรที่กำจัดพืชหรือที่เตรียมพื้นที่การเกษตรด้วยวิธีเผา และโรงงานต่างๆที่ปล่อยควันพิษออกมา                
               
ประการที่สอง มาตรการแก้ไขปัญหาจะต้องผลักดันให้คนปฏิบัติตามในสิ่งที่แนะนำหรือขอความร่วมมือ ซึ่งในกรณีนี้อาจรวมถึงการให้ความรู้หรือสร้างความตระหนักด้วยวิธีต่างๆแก่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเน้นถึงผลกระทบที่ไม่ดีจากการกระทำดังกล่าว เช่นผลของอากาศเป็นพิษต่อสุขภาพ โดยเฉพาะต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ เด็กอ่อน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ เป็นต้น หรือการสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวและรายได้อื่นๆจากการท่องเที่ยว นอกจากการให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบแล้ว มาตรการสร้างแรงผลักดันอีกประการที่ใช้กันบ่อยคือการบังคับไม่ให้ทำ รวมถึงการลงโทษและเสียค่าปรับ หรือการไม่ต่อทะเบียน ซึ่งมาตรการนี้จะเน้นถึงสิ่งที่ไม่ดีที่จะเกิดขึ้นหากยังขืนทำตามเดิมอยู่
               
               
องค์ประกอบที่สองนี้เป็นมาตรการการแก้ไขปัญหาที่ใช้ได้ง่าย ใช้กันบ่อย แต่ไม่ค่อยมีผลเท่าไร เพราะเป็นวิธีการที่ต้องมีระบบการติดตาม ควบคุมและบังคับใช้ที่เข้มงวดจึงจะได้ผล และประการสำคัญเป็นมาตรการที่อาศัยแรงผลักดันจากข้างนอกเป็นหลักในการขอความร่วมมือแทนที่จะมาจากความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงของผู้กระทำเอง มาตรการสร้างความผลักดันนี้จะมีผลดีมากขึ้นหากใช้ควบคู่ไปกับองค์ประกอบถัดไป
               
               
องค์ประกอบที่สำคัญที่สามที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าการบังคับหรือผลักดันคือ การสร้างแรงจูงใจและการสร้างทางเลือกให้แก่กลุ่มคนเป้าหมายให้ทำตาม ให้ความร่วมมือ เพราะองค์ประกอบนี้จะเน้นการสร้างทางเลือกอื่นที่ดีกว่าให้ทำ ในกรณีของการเผาพื้นที่การเกษตรนั้น จะต้องสร้างทางเลือกให้เกษตรกรแทนการเผา เช่นการนำเอาซากพืชมาบดเพื่อนำเอาไปเป็นวัตถุคลุมดินเพื่อเก็บความชื้นหรือเพื่อไม่ให้ศัตรูพืชลุกลามซึ่งจะช่วยเกษตรกรลดรายจ่ายเกี่ยวกับการควบคุมศัตรูพืชไปในตัว และเพื่อนำเอาซากไม้และพืชที่บดมาตบแต่งสวนประดับ หรือนำเอาซากพืชที่บดแล้วไปทำปุ๋ยหมักเป็นต้น ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว เทศบาลท้องถิ่น(รวมถึงอบต.)ที่รับผิดชอบอาจจะมีเครื่องบดเคลื่อนที่ออกไปทำการบดให้แก่เกษตรกรถึงที่ หรือรับซื้อจากเกษตรกรเพื่อมาทำปุ๋ยและขายกลับให้แก่เกษตรกรหรือผู้ที่ต้องการอื่นๆในราคาถูก เป็นทั้งการแก้ไขปัญหาและการสร้างรายได้ให้ทั้งแก่เทศบาลและเกษตรกรไปในตัว หรือการอบรมการเตรียมปลูกและ    
               การเตรียมพื้นที่ปลูกวิธีใหม่ที่ไม่ต้องเผาเป็นต้น หรือในกรณีเผาขยะ เทศบาลต้องมีบริการเก็บขยะตามบ้านและสถานบริการในพื้นที่ของตนและมีการกำจัดขยะอย่างถูกวิธีต่อไป ตลอดจนมีการแยกขยะและมีการนำไปหมุนเวียนหรือแปรรูปเพื่อใช้ใหม่ มาตรการนี้เป็นการสร้างแรงจูงใจว่าหากทำตามกลุ่มเป้าหมายจะได้รับผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายให้อยากทำตามด้วยตัวเอง
               
              
การพยายามแก้ไขโดยการสร้างแรงจูงใจนี้เท่าที่เห็นอยู่จะมีน้อยมากหรือไม่มีเลย เพราะจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนและจัดระบบรองรับต่างๆไว้ ต้องใช้ทุนในระยะเริ่มต้นสูง และต้องใช้เวลาในการจูงใจและสาธิตให้แก่กลุ่มเป้าหมายพอสมควร ดังนั้นผู้ที่พยายามแก้ไขปัญหาจึงนิยมเน้นการขอร้อง ขอความร่วมมือ รวมถึงการปรับและบังคับต่างๆมากกว่า เพราะใช้ความพยายามน้อยกว่าและใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการสร้างแรงจูงใจ
               
               
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้มาตรการใดมาตรการหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว หรือจะใช้ร่วมกันก็ตาม ยังมีองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างที่จำเป็น คือ ความเสมอภาคและความเป็นธรรม ในกรณีนี้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต้องครอบคลุมทุกกลุ่ม คือผู้ที่ใช้ยานพาหนะและจักรกลต่างๆ ผู้ที่เผาขยะรวมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรที่เผา และเกษตรกรที่เผาพืช ไม่ควรที่จะไปเจาะจงแต่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในขณะที่กลุ่มอื่นที่มีส่วนในการสร้างปัญหาไม่ได้รับความคาดหวังให้เข้าร่วมแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด และในกรณีภาวะอากาศเป็นพิษนี้ หากพิจารณาแล้ว จะเห็นว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองที่ใช้ยานพาหนะและใช้พลังงานในรูปแบบต่างๆที่ส่งมวลพิษขึ้นไปในอากาศเป็นกลุ่มสำคัญที่สร้างปัญหาเมื่อเทียบกับเกษตรกรที่เผาไร่ตามฤดูกาลและมีจำนวนน้อยกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง ดังนั้นการรณรงค์เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะอากาศเป็นพิษนี้จะต้องมุ่งเป้าไปที่คนในเมืองและกลุ่มผู้ชัพลังงานในรูปแบบต่างๆด้วย และต้องเป็นการรณรงค์ที่ต่อเนื่อง ไม่ใช้ทำเฉพาะฤดูหนาวที่มองเห็นปัญหาได้ชัดเจนเนื่องจากมีภูมิอากาศทำให้รุนแรงขึ้นเท่านั้น
                    
              ดังนั้นความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาอากาศเป็นพิษนี้จะต้องรวมมาตรการที่เหมาะสมกับคนในเมืองและกลุ่มผู้ใช้พลังงานอื่นๆด้วย ซึ่งจะต้องรวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุมมากเส้นทาง มีความสะดวกน่าใช้ มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ (เช่น ตรงเวลา รถไม่เสียบ่อย) เพื่อให้เป็นที่นิยมใช้ มีการส่งเสริมการใช้รถจักรยานให้มากขึ้นเพื่อลดควันเสียจากเครื่องยนต์ (และลดภาวะเสียงเป็นพิษ) มีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามแนวถนนเพื่อให้น่าใช้จักรยานหรือตอนรอรถประจำทางและเพื่อช่วยกักเก็บอากาศเสีย มีนโยบายที่ส่งเสริมให้ใช้พลังงานทางเลือกและใช้พลังงานอย่างประหยัด เช่นโดยการลดหย่อนภาษี จัดตั้งกองทุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยระยะหนึ่งหรือดอกเบี้ยต่ำสำหรับปรับปรุงที่อยู่อาศัย สถานประกอบการ และยานพาหนะสำหรับใช้พลังงานทางเลือกอื่น และจะต้องสร้างความตระหนักให้ทุกคนในสังคมเพิ่มบทบาทในการแก้ไขปัญหา โดยที่ฝ่ายราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่สนับสนุนและสร้างแรงจูงใจและภาวะที่เอื้อดังที่กล่าวมาแล้ว
 

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เชียงใหม่

ที่มา:http://gwwn.igetweb.com/index.php?mo=3&art=105370

 
footer