Local Environment
 
กิจกรรม
ข่าวสารท้องถิ่น
ข้อมูลทางวิชาการ
ร่วมคุยร่วมคิด
คำถามที่พบบ่อย
E-Book
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ติดต่อเรา
ผังเว็บไซด์
อัลบั้มรูป
ระบบสืบค้น
Website counter
ท้องถิ่นกับแนวทางการจัดการขยะ

ทำให้ในแต่ละปีภาระหลักในการจัดการขยะมูลฝอยตกอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากในการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน  ในขณะที่การนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ใหม่ มีเพียงร้อยละ 22  ของปริมาณมูลฝอยที่เกิดขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ของเสียอันตรายจากบ้านเรือนก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และมีการทิ้งปะปนกับขยะมูลฝอยทั่วไปโดยไม่มีกลไกในการคัดแยก

ทำให้สารพิษที่อยู่ในของเสียอันตรายจากชุมชน ปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละท้องถิ่นนั้น จะมีวิธีการดำเนินงานที่คล้ายคลึงหรือแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ และนโยบายในการบริหารดูแลท้องถิ่นนั้น

                ในที่นี้ขอยกตัวอย่างของ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะ เพื่อเป็นแบบอย่างและแนวคิดในการนำไปพัฒนาแนวทางดำเนินการกำจัดปัญหาขยะในท้องถิ่นอื่นต่อไป

 

เทศบาลเมืองศรีสะเกษ

เทศบาลเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ปริมาณมูลฝอยของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ มีประมาณ 36 ตัน/วันโดยเทศบาลสามารถกำจัดมูลฝอยได้ประมาณ 35 ตัน/วัน มูลฝอยที่นำมากำจัดมีทั้งในและนอกเขตเทศบาลโดยเป็นมูลฝอยในเขตเทศบาลประมาณ 29 ตัน/วัน และจากนอกเขตเทศบาลประมาณ 6 ตัน/วัน ซึ่งมูลฝอยนอกเขตเทศบาลมาจาก เทศบาลตำบลพยุห์ เทศบาลตำบลปรางค์กู่ เทศบาลตำบลกันทรารมย์ และเทศบาลตำบลเมืองคง จุดเด่นการจัดการมูลฝอย ของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ คือ ผู้บริหารเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการจัดการมูลฝอย มีแผนการจัดการมูลฝอยแบบบูรณาการที่ชัดเจน สามารถฝังกลบได้ทุกวันไม่มีขยะตกค้าง และไม่มีปัญหาเรื่องการร้องเรียนเรื่องกลิ่น
              แผนการจัดการมูลฝอยแบบบูรณาการของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เริ่มจากทำการคัดแยกมูลฝอยที่เกิดขึ้นเบื้องต้นก่อนนำไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล แต่การจัดการมูลฝอยของเทศบาลเมืองศรีสะเกษยังคงประสบปัญหาในเรื่องการจัดการมูลฝอย ทางเทศบาลจึงได้ขอความช่วยเหลือทางด้านวิชาการจากทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมาช่วยวิเคราะห์และแก้ปัญหาการจัดการมูลฝอยของเทศบาล และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา จนเกิดเป็นโครงการและกิจกรรมต่างๆดังนี้

1. โครงการถนนปลอดถังขยะ   เดิมการจัดวางถังขยะในบริเวณถนนหนทางสาธารณะเพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกันนั้น  ทำให้ภูมิทัศน์ของเมืองศรีสะเกษดูไม่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนในเขตเมืองรอบใน และจากการวิเคราะห์ขยะที่นำมาทิ้ง พบว่าส่วนใหญ่เป็นขยะอินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีขยะรีไซเคิลที่สามารถคัดแยกนำไปขายได้ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของเทศบาล จึงได้จัดทำโครงการถนนปลอดถังขยะขึ้น ซึ่งเป็นการวางแผนรักษาความสะอาดในเรื่องการจัดเก็บรวบรวมขยะ ที่จะส่งผลต่อจิตสำนึกของประชาชนในการทิ้งขยะให้เป็นเวลา มีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง อันจะเป็นการนำไปสู่การลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดแหล่งเพาะพันธ์สัตว์และแมลงที่เป็นพาหนะนำโรคต่างๆ และสนองนโยบายการพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่ เมืองสุขภาพดี ต่อไป

2.ปุ๋ยหมักจากกิ่งไม้ องค์ประกอบมูลฝอยของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ มีปริมาณมูลฝอยอินทรีย์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 หากสามารถลดปริมาณมูลฝอยส่วนนี้ โดยนำไปใช้ประโยชน์ จะทำให้ปริมาณมูลฝอยโดยรวมของเทศบาลลดลง แต่เดิมเทศบาลยังไม่มีโครงการใช้ประโยชน์มูลฝอยอินทรีย์ที่เป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น โครงการนี้เน้นการนำมูลฝอยอินทรีย์จากแหล่งกำเนิดมาใช้ประโยชน์โดยตรง ไม่ให้มูลฝอยอินทรีย์ถูกทิ้งปะปนกับมูลฝอยทั่วไป

3.น้ำหมักชีวภาพ   นำร่องที่ชุมชนหนองโพธิ์ เทศบาลเมืองศรีสะเกษ โครงการทำน้ำหมักชีวภาพจากมูลฝอยอินทรีย์ ดำเนินการโดยอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) ชุมชนหนองโพธิ์ โดยมีเทศบาลสนับสนุนทั้งด้านวิชาการ เช่น การจัดอบรมการทำน้ำหมักชีวภาพ อุปกรณ์ในการน้ำหมักชีวภาพ อาทิ ถังหมักพลาสติก พร้อมทั้งงบประมาณในการดำเนินการ โดยใช้งบประมาณของส่วนช่างสุขาภิบาล

4.สมุนไพรไล่ยุง นำร่องที่โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดเจียงอี) เนื่องจากทางโรงเรียนเทศบาล 1 วัดเจียงอี เทศบาลเมือง

ศรีสะเกษ ได้เล็งเห็นถึงปัญหามูลฝอยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงได้พยายามหาทางแก้ไขโดยนำกิจกรรมต่างๆที่ช่วยลดการเกิดมูลฝอยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ ได้นำเปลือกส้ม ซึ่งจัดว่าเป็นมูลฝอยอินทรีย์ มาเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองในโครงการวิทยาศาสตร์ HERB MAT สมุนไพรไล่ยุงไฮเทค

 

เทศบาลนครพิษณุโลก

เทศบาลนครพิษณุโลกประสบกับปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกวัน จะเห็นได้จากปี 2536-2540 ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นจาก 49 ตัน/วัน เป็น 142 ตัน/วัน จากการศึกษาองค์ประกอบมูลฝอยของเทศบาลประมาณการได้ว่ามีขยะรีไซเคิลประมาณ 45-50% และขยะที่ย่อยสลายได้อีกประมาณ 30-35% และขยะที่ต้องทำการฝังกลบประมาณ 20%  ประกอบกับแต่เดิมนั้นเทศบาลใช้วิธีการกำจัดขยะแบบเทขยะกองแล้วเผา ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะรบกวนชาวบ้านทั้งในเรื่องของกลิ่นและแมลงวัน ที่เกิดจากกองขยะที่รอการเผากำจัด และมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้ ทำให้เกิดการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ เทศบาลนครพิษณุโลกตระหนักว่าควรต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง  

ในปี 2540 เทศบาลนครพิษณุโลกจึงจัดทำโครงการ การจัดการขยะมูลฝอยเพื่อสร้างระบบการจัดการขยะมูลฝอยให้มีระเบียบและมีประสิทธิภาพ โดยมีกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 3 ด้าน คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน ปรับปรุงระบบการทำงานของเทศบาล พัฒนาให้การทำงานถูกหลักวิชาการและมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของการลงทุน และสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง และได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1. จัดทำโครงการ ‘Solid Waste Management Program For Phisanulok’ ร่วมกับ GTZ (The German Agency for Technical Cooperation) ภายใต้การสนับสนุนของ FMZ (Federal Ministry for Economic Cooperation) โครงการระยะที่ 1 ปี พ.ศ. 2542-2545 ภายใต้วงเงินช่วยเหลือทางด้านวิชาการ ไม่เกิน 3.5 ล้านมาร์ค โครงการระยะที่ 2 .. 2545-2549 ภายใต้วงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 2.04 ล้านยูโร โดยได้ดำเนินการดังต่อไปนี้

• GTZ ส่งผู้เชี่ยวชาญด้าน Waste Management มาประจำที่เทศบาล ในระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2542 – 14 กุมภาพันธ์ 2545 รวมระยะเวลา 3 ปี

จัดประชุมเพื่อให้ความรู้ให้แก่บุคลากรของเทศบาล ได้แก่ การประชุมสัมมนาเรื่องกลยุทธ์และนโยบายในการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลนครพิษณุโลก (1-2 มิถุนายน 2542) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การดำเนินการฝังกลบแบบถูกสุขาภิบาล ผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วยบุคลากรของเทศบาลในเขตภาคเหนือ และมหาวิทยาลัยนเรศวร (22-23 มิ.. 2542) เป็นต้น

ดำเนินการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางขยะมูลฝอยของเทศบาล และศึกษาองค์ประกอบขยะมูลฝอย คุณภาพน้ำใต้ดิน ณ สถานที่ฝังกลบของเทศบาล

2. จัดทำแผนกลยุทธ์ในการจัดการขยะมูลฝอย ของเทศบาลนครพิษณุโลก ระยะ 7 ปี (.. 2543-2549)

3. ปรับปรุงบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย ของเทศบาลนครพิษณุโลก ณ หมู่ที่ 1 .บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ให้ถูกหลัก สุขาภิบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกประมาณ 38 กิโลเมตร ขนาดพื้นที่ 180 ไร่ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนกำจัดขยะมูลฝอยทั่วไป จำนวน 45 ไร่ และส่วนกำจัดขยะมูลฝอยอันตราย บ่อฝังกลบขยะมูลฝอย สามารถรองรับขยะมูลฝอยได้ถึง 900,000 ลบ.. คาดว่าจะสามารถใช้งานได้นานถึง 12 ปี หากทำการทิ้งมูลฝอยสูง 8 เมตร และบดอัดให้มีความหนาแน่น 650 กิโลกรัม/ตารางเมตร

 

4. การเก็บรวมรวมขยะมูลฝอย ได้กำหนดวิธีการเก็บรวบรวมตามความเหมาะสมของพื้นที่ 2 วิธี คือ แบบบ้านต่อบ้านและแบบถังรวม โดยมีการชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงวิธีการและเวลาที่ให้บริการเก็บรวบรวมมูลฝอย เพื่อให้ประชาชนนำขยะมูลฝอยมาทิ้งให้สัมพันธ์กับเวลาจัดเก็บของเทศบาล จำนวนรอบในการจัดเก็บ 2 รอบ/วัน

รวมทั้งได้มีการพัฒนาเส้นทางเก็บรวบรวมขยะมูลฝอย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและความซ้ำซ้อนของเส้นทาง

5. การทำงานร่วมกับชุมชน เทศบาลมี 41 ชุมชน ชุมชนละ 100-300 หลังคาเรือน มีคณะกรรมการชุมชนที่มาจากการเลือกตั้ง เทศบาลมีนโยบายให้ชุมชนวางแผนการลดปริมาณขยะหรือหาวิธีการจัดการขยะและจัดทำโครงการต่างๆ เอง โดยเทศบาลทำหน้าที่เสมือนเป็นพี่เลี้ยงและคอยสนับสนุน เช่น ชุมชนบรมไตรโลกนาถ 21 ได้ดำเนินโครงการ การจัดการของขายได้ โดยเอกชนเป็นผู้ดำเนินการธนาคารขยะรีไซเคิล ประชาชนเกือบทุกครัวเรือนจะคัดแยกขยะชีวภาพแล้วนำไปหมักเป็นปุ๋ย และได้พัฒนาเป็นชุมชนปลอดถังขยะ คือไม่มีถังขยะตามถนน แต่ละครัวเรือนจะมีถังขยะ 2 ใบ คือ ถังสำหรับใส่ขยะชีวภาพและถังขยะทั่วไป ส่วนของขายได้จะแยกใส่กล่องกระดาษ ตะกร้า หรือถุงโดยไม่ต้องใช้ถังพิเศษ แล้วนำไปเข้าระบบธนาคารรีไซเคิล ส่วนขยะที่เหลือจะนำไปไว้ในบ้าน ทำให้เทศบาลสามารถลดการจัดเก็บจากวันละครั้งเป็นสัปดาห์ละครั้ง และลดค่าใช้จ่ายลงได้ ประมาณ 70% เทศบาลกำลังจะนำเสนอเทศบัญญัติเพื่อใช้กับครัวเรือนที่ปฏิบัติเช่นนี้ให้จ่ายค่าธรรมเนียมขยะมูลฝอยเพียง 25% ของอัตราที่จัดเก็บ

6. การจัดการของขายได้ (Salable Materials) เทศบาลสนับสนุนให้ประชาชนแยกของขายได้ออกจากขยะมูลฝอยในระดับครัวเรือน และมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย โดยชุมชนได้ดำเนินการหลากหลายรูปแบบ เช่น ธนาคารขยะรีไซเคิล ตลาดนัดของขายได้ การสนับสนุนให้คนว่างงานในชุมชนหันมาดำเนินการรับซื้อของขายได้ มีการบริจาคของขายได้ให้ผู้ยากไร้ในชุมชนหรือวัด (ผ้าป่าขยะ)

7. การหมักปุ๋ย (Compositing) เทศบาลมีโครงการรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะชีวภาพและดำเนินการหมักปุ๋ยเอง ซึ่งอาจทำเองที่บ้านหรือทำร่วมกัน และมีการจัดตั้งชมรมปุ๋ยชีวภาพพิษณุโลกขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการหมักขยะชีวภาพ

ผลจากการดำเนินการ  เทศบาลสามารถลดปริมาณขยะจาก 140 ตัน/วัน เหลือประมาณ 80 ตัน/วัน นอกจากนี้เทศบาลสามารถลดการจัดเก็บจากวันละครั้งเป็นสัปดาห์ละครั้ง และลดค่าใช้จ่ายลงได้ ประมาณ 70%  ประชาชนให้ความร่วมมือในการชำระค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะเพิ่มขึ้น จากเดิมเทศบาลเคยจัดเก็บได้ปีละ 700,000 บาท ปัจจุบันเพิ่มเป็น ปีละ 9,000,000 บาท ซึ่งทำให้เทศบาลต้องจ่ายเงินสมทบลดลง จากที่ต้องจ่ายร้อยละ 96 เหลือประมาณร้อยละ 55   เทศบาลสามารถแยกขยะประเภทย่อยสลายได้ออกไป 41.2% และแยกขยะประเภทของที่ขายได้อีก 40.2% ทำให้ลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องการกำจัดได้มากถึง 81.45% และเหลือเป็นขยะมูลฝอยที่จะต้องฝังกลบเพียง 18.6%  ทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือในเรื่องต่างๆ มากขึ้น เช่น การแยกของที่ขายได้ออกตั้งแต่ที่ครัวเรือน การทิ้งขยะใส่ภาชนะที่เหมาะสม หรือนำถุงขยะมาตั้งบริเวณหน้าบ้านให้สัมพันธ์กับเวลาการจัดเก็บที่เทศบาลประกาศไว้  เป็นต้น ซึ่งเทศบาลมีแนวนโยบายที่จะนำเสนอเทศบัญญัติเพื่อใช้กับครัวเรือนที่สามารถลดปริมาณขยะให้จ่ายค่าธรรมเนียมขยะมูลฝอยเพียง 25% ของอัตราที่จัดเก็บ  และเทศบาลสามารถพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ในการจัดการขยะอย่างถูกสุขลักษณะและครบวงจรมากขึ้น

          เทศบาลนครพิษณุโลก ได้ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในเขตเทศบาลมาอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ขององค์กรส่วนท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ จนได้รับคัดเลือกให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีรูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยม จนได้รับรางวัล PCD AWARD จากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครพิษณุโลก และชุมชนเพื่อการพัฒนา ยังได้รับคัดเลือกให้เป็น “หน่วยงานที่มีการจัดการกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี” ในปี พ.ศ. 2551

 

เทศบาลตำบลพังโคน

          เทศบาลตำบลพังโคน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นอีกแห่ง ที่มีนโยบายจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  เทศบาลตำบลพังโคนเป็นชุมทางในการเดินทางไปอำเภอต่างๆ ของจังหวัด และออกไป จังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย ขอนแก่น และนครพนม แต่ละวันจึงมีผู้สัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่แวะรับประทานอาหาร เมื่อเป็นชุมทางจึงทำให้มีปัญหาขยะตามมาด้วย โดยแต่ละวันมีปริมาณขยะถึง 15 ตันเป็นอย่างน้อย จึงต้องทำโครงการจัดการขยะซึ่งต้องสอดคล้องกันหลายโครงการ เป้าหมายเพื่อให้เขตเทศบาลปลอดปัญหามลพิษ 100% เป็นแห่งแรกของ จังหวัดสกลนคร โดยได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมสำคัญ ได้แก่

                1. เก็บขยะสะสมเงินทอง คุ้มครองอนาคต เป็นโครงการที่สอดคล้องกับการลดปริมาณขยะ โดยมุ่งเน้นไปที่ระดับครัวเรือนและระดับท้องถิ่น  เน้นในเรื่องการคัดแยก  การลดปริมาณ และนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ โดยพบว่ารายได้จากขยะเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ ทำให้ชาวบ้านอยากคัดแยกเพราะชาวบ้านเป็นชุมชนเมือง  ต้องทำมาหากินจึงจะอยู่ได้ โครงการ เก็บขยะสะสมเงินทอง คุ้มครองอนาคต จึงเกิดขึ้น  กำหนดหลักเกณฑ์ให้สมาชิกแต่ละครัวเรือนจำหน่ายขยะขายได้ ซึ่งเมื่อดำเนินการติดต่อกัน 6 เดือน หากมีสมาชิกในครัวเรือนเสียชีวิตสามารถจะได้เงินจากกองทุน ช่วยค่าทำศพๆ ละห้าพันบาท ซึ่งเป็นเงินจากการจำหน่ายขยะ

                โครงการ เก็บขยะสะสมเงินทอง คุ้มครองอนาคต ของเทศบาลพังโคน จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในการส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักคัดแยกขยะ และนำไปขายเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจด้วยหลักประกันราคา และหลักประกันชีวิต

             2. เครื่องล้างและคัดแยกถุงพลาสติก ช่วยลดโลกร้อน  อีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับขยะถุงพลาสติก ของชุมชนหนองสระพัง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ติดกับบ่อขยะเทศบาลตำบลพังโคน ได้คิดเครื่องมือล้างและคัดแยกถุงพลาสติกขึ้นมา และได้ประกาศขอให้ชาวบ้านในชุมชนช่วยกันแยกขยะก่อนนำไปทิ้งในบ่อ และให้เอาขยะที่เป็นถุงพลาสติกมาขายโดยตั้งราคากิโลกรัม ละ 2-6 บาท เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า เครื่องมือดังกล่าว สามารถลดปริมาณถุงพลาสติกได้ ทั้งนี้ การประดิษฐ์เครื่องล้างและคัดแยกถุงพลาสติกขึ้นมานั้น สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ในการช่วยกันคัดแยกขยะถุงพลาสติก แต่ละชนิด ก่อนนำไปทิ้งในบ่อ เพื่อนำไปอัดเป็นแท่งขายให้กับโรงงานแปรรูป ซึ่งแต่ละเดือนสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน เฉลี่ย 40,000 บาท ต่อเดือน ขณะนี้มีหลายเทศบาลไปศึกษาดูงาน และเริ่มนำมาใช้ในพื้นที่ของตนแล้ว

กล่าวได้ว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินงานจัดการปัญหาของแต่ละท้องถิ่นที่เกิดขึ้น คือ  ผู้บริหารท้องถิ่น และคณะผู้บริหารต้องมีความมุ่งมั่นในการจัดทำโครงการ โดยไม่หวั่นเกรงต่อการสูญเสียฐานเสียงของประชาชน  หากได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า เป็นแนวทางและวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับท้องถิ่น   คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของเทศบาลต้องปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจังในการรับการถ่ายทอดและใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านเทคโนโลยีและการจัดการ ที่ได้จากที่ปรึกษาด้านวิชาการ รวมถึงการได้รับความสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางวิชาการและงบประมาณในการดำเนินงาน  และ ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง กับการจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

......................................................................

จัดทำโดย ศูนย์สารสนเทศสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม , 29 กรกฎาคม 2552

 แหล่งข้อมูล:  

-  สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. เก็บขยะสะสมเงินทอง คุ้มครองอนาคต

   ที่พังโคน.  สื่อสัมพันธ์ เครือข่าย LA 21.  52(1) , 3 .

- กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. โครงการนำร่องเพื่อสนับสนุน

   การจัดตั้งศูนย์สาธิตเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม. [ออนไลน์] .2552. เข้าถึงได้จาก http://detc.deqp.go.th/?man=11.

  ( วันที่ค้นข้อมูล : 20 กรกฎาคม 2552).

- กรมควบคุมมลพิษ. ความสำเร็จในการจัดการมลพิษของประเทศไทย. [ออนไลน์] .2552.  

   เข้าถึงได้จาก   http://www.pcd.go.th/Info_serv/pol_suc_waste.html.  ( วันที่ค้นข้อมูล : 18 กรกฎาคม 2552).

- แหล่งรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมไทย. สถานการณ์ด้านการจัดขยะมูลฝอยของประเทศไทย. [ออนไลน์] .2548.

   เข้าถึงได้จาก   http://infoterra.deqp.go.th/modules.php?name=News&file=article&sid=14. ( วันที่ค้นข้อมูล : 18   

   กรกฎาคม 2552).

- เดชา พุฒิกานนท์. ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล...สองแคว. [ออนไลน์]. 2545. เข้าถึงได้จาก   

  http://www.ist.cmu.ac.th/riseat/archives/May_02/News/21050201.html. ( วันที่ค้นข้อมูล : 18 กรกฎาคม 2552).

 - เจริญ ปริโต. ไม่ใช่แค่ 'ขยะ' แลก'ไข่'ไปทอดกิน แต่มี'พันธุ์ไม้'ไปปลูกให้ร่มเย็น. [ออนไลน์]. 2545. เข้าถึงได้จาก 

   http://www.ist.cmu.ac.th/catt/news_detail.php?id=200.( วันที่ค้นข้อมูล : 30 กรกฎาคม 2552).

 
footer