Local Environment
 
กิจกรรม
ข่าวสารท้องถิ่น
ข้อมูลทางวิชาการ
ร่วมคุยร่วมคิด
คำถามที่พบบ่อย
E-Book
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ติดต่อเรา
ผังเว็บไซด์
อัลบั้มรูป
ระบบสืบค้น
Website counter
เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน พื้นฐานสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหัวเรือใหญ่ดำเนิน “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” ซึ่งก็ได้ขับเคลื่อนงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2535
 
เป้าหมายมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กนักเรียน ครู และครอบครัวที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียนแล้ว นำผลผลิตมาประกอบเป็นอาหารกลางวัน ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้งยังมุ่งพัฒนาทักษะด้านการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตการเกษตรเพื่อใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพได้ในอนาคต และมุ่งให้เป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรสู่ชุมชนด้วย
 
นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันว่า....ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้ขยายผลโครงการฯไปสู่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารแล้วทั้งสิ้น 615 โรงเรียน ในพื้นที่ 44 จังหวัด แยกเป็น โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 194 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 158 โรงเรียน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” 249 โรงเรียน และโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม 14 โรงเรียน
 
ในปี 2552 นี้ กรมฯมีแผนเร่งขยายผลเพิ่มเติมอีกโดยมีเป้าหมาย จำนวน 648 โรงเรียน ใน 47 จังหวัด เบื้องต้นได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อพันธุ์พืช วัสดุอุปกรณ์การเกษตรให้แก่โรงเรียนในโครงการฯ รวมทั้งเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้โดยจัดฝึกอบรมครู จำนวน 800 ราย เพื่อพัฒนาความรู้เรื่องการเกษตรแบบยั่งยืน...
 
โดยจัดทำแปลง ปลูกพืชผัก ไม้ผล เห็ด และถั่วเมล็ดแห้ง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการถนอมและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ทั้งยังส่งเสริมให้มีการเรียนรู้แบบประยุกต์ใช้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกรในกลุ่มยุวเกษตรกรจำนวน 371 โรงเรียน และพัฒนาอาชีพเกษตรกรในหมู่บ้านที่โรงเรียน ตชด. ตั้งอยู่ จำนวน 192 หมู่บ้าน จัดตั้ง ศูนย์ส่งเสริมการผลิตกล้าพันธุ์ ไม้ผล-ผักพืชบ้าน และ สมุนไพร จำนวน 18 ศูนย์ เพื่อสนับสนุนให้นำไปใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช
 
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวด้วยว่า ปีที่ผ่านมาได้นำร่องให้ กลุ่มยุวเกษตรกร โรงเรียน ตชด.ตะโกปิดทอง บ้านตะโกบน หมู่ 8 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้เรียน รู้แบบประยุกต์โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการ จัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจซึ่งทำให้ยุวเกษตรกรได้เรียนรู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและวิเคราะห์ปัญหา ตั้งแต่สำรวจแปลงติดตามสถานการณ์ตัดสินใจเลือกวิธีควบคุมศัตรูพืชที่เหมาะ สมด้วยตนเอง
 
อีกทั้งยังนำข้อมูลมาวางแผน จัดการผลิตผักและป้องกันศัตรูพืชได้ อย่างถูกต้อง สามารถช่วยรักษาพืชผลการเกษตรไม่ให้ได้รับความเสียหาย ลดปริมาณการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งปีนี้มีแผนเร่งขยายผลการดำเนินงานไปสู่ในโรงเรียน ตชด.ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี รวม 12 แห่งและโรงเรียน ตชด.ในพื้นที่ภาคใต้ อีกด้วย
 
นอกเหนือจากอาชีพการเกษตรแล้ว ยังมีการฝึกพื้นฐานอาชีพอื่นๆ อาทิ การประกอบอาหาร การแปรรูปถนอมอาหาร การเพาะขยายพันธุ์ไม้พันธุ์สัตว์ ศิลปหัตถกรรม ตัดเย็บเสื้อผ้า ก่อสร้าง ช่างยนต์ ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า และงานซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในครัวเรือน ซึ่งจะเป็นความรู้ในอนาคต
 
...อันจะเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้เกิดความสุขตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง...!!!
 
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
 
ที่มา:http://www.azooga.com/content_detail.php?cno=710 
 
 
footer