Local Environment
 
กิจกรรม
ข่าวสารท้องถิ่น
ข้อมูลทางวิชาการ
ร่วมคุยร่วมคิด
คำถามที่พบบ่อย
E-Book
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ติดต่อเรา
ผังเว็บไซด์
อัลบั้มรูป
ระบบสืบค้น
Website counter
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ .. : พะเยา
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ .. : พะเยา
 ข้อมูลทั่วไป

     พะเยาเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งในแถบลานนาไทย เดิมมีชื่อว่า ภูกามยาว หรือ พยาว มีอายุกว่า 900 ปี โดยพ่อขุนศรีจอมธรรม กษัตริย์แห่งราชวงศ์ลัวจักรราช ผู้ครองเมืองหิรัญนครเงินยาง เมืองเชียงแสน และเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในสมัยพ่อขุนงำเมือง ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองตามอิทธิพลของอาณาจักรต่างๆ ที่ผลัดกันมีอำนาจในแถบนี้ จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พยาวเปลี่ยนชื่อเป็นพะเยา และรวมอยู่กับจังหวัดเชียงราย จนในปี พ.ศ. 2520 จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา

     พะเยาเป็นเหมือนเมืองผ่านที่นักท่องเที่ยวมักมองข้ามและเลยไปเที่ยวจังหวัดเชียงรายเสียมากกว่า แต่พะเยาก็เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมีชื่อหลายแห่ง โดยเฉพาะป่าเขาพนาไพรที่ยังคงสมบูรณ์ดูร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ยังเต็มพื้นที่ของจังหวัด ถึงแม้ในอดีตจะเคยมีการตัดต้นไม้เป็นจำนวนมาก แต่เวลาที่ล่วงเลยไปทำให้ป่ากลับมาค่อยๆ สมบูรณ์ทำให้พะเยาดูสดชื่นและมีป่าที่สมบูรณ์อีกครั้ง มีกว๊านพะเยาที่ดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้สวยนัก มีผลไม้ที่ขึ้นชื่อและมีรสหวานไม่แพ้ที่ไหนๆ คือ ลิ้นจี่ จะออกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม มีเครื่องจักสานผักตบชวาฝีมือดี รูปทรงทันสมัยผลิตที่บ้านสันม่วง พร้อมกับมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาสัมผัส เช่น อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ที่มีนกยูงมากที่สุดในภาคเหนือ อุทยานแห่งชาติภูซาง มีน้ำตกน้ำอุ่น 33 องศาเซลเซียส ทำให้วันนี้พะเยาไม่อาจเป็นจังหวัดที่ใครๆ จะมองข้ามไปได้

     พะเยามีเนื้อที่ประมาณ 6,335 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพะเยา อำเภอจุน อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงม่วน อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่ใจ กิ่งอำเภอภูซาง และกิ่งอำเภอภูกามยาว

 

   

 ประวัติความเป็นมา

        การเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ที่ได้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ประชาชนกว่า 1 ล้านคนตกงาน ธุรกิจต่างๆ ของประเทศส่วนใหญ่ไม่สามารถขยายการดำเนินงาน บางธุรกิจไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่ในขณะที่ธุรกิจอื่นประสบปัญหาอย่างมาก ธุรกิจท่องเที่ยวกับเกิดผลกระทบน้อยมาก และยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวนี้ยังส่งผลให้ธุรกิจอื่นๆ สามารถขยายตัวได้ โดยเฉพาะในปัจจุบัน รัฐบาลได้เน้นธุรกิจขนาดเล็กในลักษณะ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ซึ่งผลผลิตที่เกิดขึ้นจะมีความสอดคล้องไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
        กรมประมงเป็นหน่วยงานที่มีส่วนส่งเสริมให้เกิดธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ในลักษณะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กล่าวคือนอกจากจะเป็นหน่วยงานที่เผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมอาชีพ อนุรักษ์และเพิ่มผลผลิตพันธุ์สัตว์น้ำแล้ว ยังมีส่วนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ ซึ่งในปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้มาเที่ยวชมอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจาก ทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านการประมงมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดในลักษณะเป็นธรรมชาติทำให้เกิดความผูกพันธ์ และความเพลิดเพลิน ซึ่งรัฐบาลได้เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงสนับสนุนงบประมาณ ในการดำเนินโครงการ "ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์" ให้แก่กรมประมง

 วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการประมงในแหล่งน้ำที่สำคัญของประเทศ
2. เพื่อให้หน่วยงานของกรมประมงได้มีส่วนสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น
3. เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธุ์ให้ประชาชนหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและรู้จักนำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและถูกวิธี

 
footer