Local Environment
 
กิจกรรม
ข่าวสารท้องถิ่น
ข้อมูลทางวิชาการ
ร่วมคุยร่วมคิด
คำถามที่พบบ่อย
E-Book
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ติดต่อเรา
ผังเว็บไซด์
อัลบั้มรูป
ระบบสืบค้น
Website counter
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ .. : สกลนคร
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ .. : สกลนคร
 ข้อมูลทั่วไป

 

สกลนคร เป็นเมืองพุทธศาสน์ พระธาตุห้าแห่ง แหล่งอารยธรรมสามพันปี ตามตำนานเล่าว่า เมืองหนองหานหลวงในอดีต หรือสกลนครในปัจจุบันนั้น สร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 16 ในยุคที่ขอมมีอำนาจในดินแดนนี้ ต่อมาเมื่ออิทธิพลขอมเสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงตกไปอยู่ในความปกครองของอาณาจักรล้านช้าง เรียกชื่อเมืองว่า “เมืองเชียงใหม่หนองหาน” และเมื่อมาอยู่ในความปกครองของไทย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองสกลทวาปี” ต่อมา ในปี พ.ศ. 2373 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เปลี่ยนชื่อจากเมืองสกลทวาปี เป็น “เมืองสกลนคร” ในปัจจุบัน จังหวัดสกลนครยังได้รับการขนานนามว่าเป็น"แอ่งธรรมะแห่งอีสาน" ดังเห็นหลักฐานได้จากวัดวาอารามเก่าแก่ที่มีอยู่มากมาย แสดงถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาที่มีมาตั้งแต่ครั้งอดีต เป็นถิ่นกำเนิดและพำนักของอริยสงฆ์ที่สำคัญเป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยหลายท่าน อาทิ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์วัน อุตตโม หลวงปู่หลุย จันทสาโร หลวงปู่เทสก์ เทสก์รังสี เป็นต้น
จังหวัดสกลนคร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 647 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 9,605 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น  18   อำเภอ  คือ  อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอกุดบาก อำเภอ พรรณานิคม อำเภอวาริชภูมิ อำเภอส่องดาว อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอวานรนิวาส อำเภออากาศอำนวย อำเภอบ้านม่วง อำเภอพังโคน อำเภอคำตากล้า อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอเต่างอย อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอโพนนาแก้ว และอำเภอภูพาน

 



 ประวัติความเป็นมา

        การเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ที่ได้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ประชาชนกว่า 1 ล้านคนตกงาน ธุรกิจต่างๆ ของประเทศส่วนใหญ่ไม่สามารถขยายการดำเนินงาน บางธุรกิจไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่ในขณะที่ธุรกิจอื่นประสบปัญหาอย่างมาก ธุรกิจท่องเที่ยวกับเกิดผลกระทบน้อยมาก และยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวนี้ยังส่งผลให้ธุรกิจอื่นๆ สามารถขยายตัวได้ โดยเฉพาะในปัจจุบัน รัฐบาลได้เน้นธุรกิจขนาดเล็กในลักษณะ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ซึ่งผลผลิตที่เกิดขึ้นจะมีความสอดคล้องไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
        กรมประมงเป็นหน่วยงานที่มีส่วนส่งเสริมให้เกิดธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ในลักษณะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กล่าวคือนอกจากจะเป็นหน่วยงานที่เผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมอาชีพ อนุรักษ์และเพิ่มผลผลิตพันธุ์สัตว์น้ำแล้ว ยังมีส่วนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ ซึ่งในปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้มาเที่ยวชมอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจาก ทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านการประมงมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดในลักษณะเป็นธรรมชาติทำให้เกิดความผูกพันธ์ และความเพลิดเพลิน ซึ่งรัฐบาลได้เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงสนับสนุนงบประมาณ ในการดำเนินโครงการ "ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์" ให้แก่กรมประมง

 วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการประมงในแหล่งน้ำที่สำคัญของประเทศ
2. เพื่อให้หน่วยงานของกรมประมงได้มีส่วนสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น
3. เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธุ์ให้ประชาชนหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและรู้จักนำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและถูกวิธี

 
footer