Local Environment
 
กิจกรรม
ข่าวสารท้องถิ่น
ข้อมูลทางวิชาการ
ร่วมคุยร่วมคิด
คำถามที่พบบ่อย
E-Book
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ติดต่อเรา
ผังเว็บไซด์
อัลบั้มรูป
ระบบสืบค้น
Website counter
เผย! อีก 30 ปี ปริมาณขยะจะมากกว่าปลาในท้องทะเล
กุมภาพันธ์ 2559

จากรายงานล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ได้แสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับ การใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกของประชากรทั่วโลกพร้อมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการศึกษานี้เป็นผลงานการนำเสนอของ World Economic Forum ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นได้กล่าวถึง จำนวนของสินค้าจำพวกพลาสติกทั้งหมดที่ถูกผลิตออกมากว่า 32% จะพบจุดจบและลงเอยจนกลายเป็นปัญหาขยะสะสมอยู่ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ บนโลก รวมถึงในท้องทะเลอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นจนน่าใจหาย และจากคาดการณ์ในอนาคตภายในไม่เกินปี 2050 ผลรวมของขยะพลาสติกจะมีมากกว่าปลาที่ว่ายอยู่ในมหาสมุทรอย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกทั่วโลกที่ลอยเกลื่อนอยู่ในมหาสมุทรและแหล่งน้ำอื่น ๆ นั้น เมื่อก่อนจะมีปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8 เมตริกตันต่อปี แต่ขณะนี้อาจมากขึ้นกว่า 13 เมตริกตันต่อปีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามจากการศึกษาอย่างละเอียดของ Mr. Ellen MacArthur ได้บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาได้ยกตัวอย่างให้ทุกคนสามารถมองเห็นภาพของปัญหาได้แบบชัดเจน โดยเริ่มจากการอธิบายเปรียบเทียบถึงปริมาณขยะพลาสติกขนาดเท่ากับกระบะรถบรรทุก 1 คันจะถูกเพิ่มเข้ามาในท้องทะเลทุก ๆ 1 นาที และถ้าหากแนวโน้มปัญหาขยะยังคงลุกลามมากขึ้นอีก ภายในปี 2030 ปริมาณขยะพลาสติกทั้งในแหล่งน้ำและมหาสมุทรจะพุ่งสูงขึ้นเป็นปริมาณกระบะรถบรรทุก 2 คันในทุก ๆ 1 นาที และคาดว่าจะดำเนินไปถึงปริมาณกระบะรถบรรทุก 4 คันต่อ 1 นาที ในปี 2050 ซึ่ง ณ จุดนี้เองขยะพลาสติกอาจมีมากกว่าจำนวนปลาในท้องทะเลไปเสียแล้ว

โดยปัญหาใหญ่ที่สำคัญที่สุดสำหรับตอนนี้ คือ ผลิตภัณฑ์จำพวกพลาสติกแบบใช้ได้แค่ครั้งเดียว ซึ่งจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นขยะได้อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการเรียกร้องให้เกิดการตระหนักรับรู้ เพื่อดำเนินการแก้ไขและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ด้วยการจัดเก็บภาษีและสั่งห้ามการใช้งานถุงพลาสติกในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีอำนาจในการออกกฏหมาย แต่กุญแจสำคัญของเรื่องนี้ก็คือความร่วมมือจากประชาชนทุกคนบนโลกที่จะช่วยกันสร้างทางเลือก เพื่อการใช้งานผลิตภัณฑ์พลาสติกในชีวิตประจำวันอย่างชาญฉลาด

ที่มา : www.energysavingmedia.com

 


 
footer